4 วิธีดูแลรักษารถยนต์ประจำวัน เพื่อให้รถพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

เนื่องจากปัจจุบันมีรถยนต์บนท้องถนนจำนวนมาก บ่อยครั้งจึงทำให้เกิดปัญหารถติด และบางครั้งก็เกิดอาการเสียจนต้องจอดกีดขวางทางจราจร เนื่องจากรถเหล่านั้นขาดการดูแลรักษาที่ถูกวิธีหรือไม่นำเข้าเช็คที่ศูนย์ซ่อมบำรุงตามระยะเวลาที่กำหนด จึงกลายเป็นปัญหาประการหนึ่งที่ทำให้เกิดรถติด ก่อความเดือดร้อนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนและยังเป็นการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย

การดูแลรถยนต์ประจำวันเพื่อรถพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

การดูแลรถประจำวันเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างมาก เพื่อรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ แถมยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุลงได้อีกด้วย โดยคุณควรปฏิบัติดังนี้

1.ตรวจสอบลมยาง

การยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ควรตรวจดูอย่างละเอียดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง แต่สำหรับลมยางนั้น ควรตรวจดูทุกวัน โดยสังเกตว่ายางแต่ละเส้นอ่อนไปหรือไม่ หากยางอ่อนไป จะทำให้รถใช้พลังงานมากขึ้น มีอาการเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง รถส่าย หรืออาจเสียการทรงตัว และยังส่งผลก่อให้เกิดอุบัติเหตุตามมาได้อีกด้วย

2.ตรวจสอบระบบระบายความร้อน

บางคนอาจคิดว่าไม่สำคัญหรือละเลยระบบระบายความร้อน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เครื่องยนต์ร้อนจัดจนจอดเสียบนท้องถนนที่เกิดขึ้นมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ การดูแลระบบระบายความร้อนนั้นไม่ได้ยุ่งยากแต่ประการใด เพียงเปิดฝาหม้อน้ำออกและตรวจดูระดับน้ำ หากพบว่ามีระดับน้ำต่ำเกินไป ให้ทำการเติมน้ำที่สะอาดลงไปให้เต็ม แต่ถ้าเป็นรถรุ่นใหม่บางคัน อาจมีกล่องพลาสติกเพื่อใช้พักน้ำและมีท่อเล็ก ๆ ต่อถึงหม้อน้ำ ให้สังเกตระดับน้ำที่เก็บน้ำสำรอง ถ้าระดับต่ำกว่าขีดให้ทำการเติมน้ำสะอาดให้เต็มที่กล่องเก็บน้ำสำรอง

3.ตรวจสอบระบบเบรก

ระบบเบรกเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการรักษาชีวิตให้ปลอดภัยและมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ การตรวจเช็คระบบเบรกโดยการตรวจสอบน้ำมันเบรกจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก โดยมีประเด็นที่ต้องพิจารณา 2 ส่วน คือ

  • การตรวจระดับน้ำมันเบรกในกระบอกเก็บในปั๊มเบรก ถ้ามีระดับต่ำกว่าจุดที่สูงที่สุด (MAX) ให้ทำการเติมจนเท่ากับระดับระดับที่สูงที่สุดนั้น
  • ควรตรวจดูสีของน้ำมันเบรก ถ้ามีสีเข้มเกือบดำแสดงว่าน้ำมันเบรกใกล้หมดประสิทธิภาพในการทำงาน ต้องทำการเปลี่ยนทันที และโดยทั่วไปควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกการใช้งาน 20,000 กิโลเมตร

4.ตรวจสอบรอยรั่วใต้ท้องรถ

การเป็นคนช่างสังเกตจะช่วยลดอุบัติเหตุและช่วยให้รถมีสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เช่น การก้มตรวจสอบรอยรั่วต่าง ๆ ใต้ท้องรถ หากมีน้ำรั่วหยด อาจเกิดปัญหาที่ระบบระบายความร้อนซึ่งอาจเกิดจากข้อต่อหรือหม้อน้ำ แต่ถ้าพบการรั่วบริเวณล้อรถและเป็นน้ำมันเบรก ต้องงดใช้งานทันที และควรนำรถไปตรวจเช็คสภาพเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

การดูแลรักษารถประจำวัน ควรทำทุกวันจนกลายเป็นพฤติกรรมคุ้นเคย เพราะจะช่วยรักษาสภาพรถยนต์ให้พร้อมสำหรับการใช้งานอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังช่วยลดอุบัติเหตุและลดการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย

Posted in เคล็ดลับดูแลรถ | Tagged | Leave a comment

เคล็ดลับในการดูแลรักษารถยนต์ด้วยตัวคุณเองอย่างง่ายๆ

บ้านไหนที่มีสมาชิกในบ้านอยู่รวมกันหลายคน การใช้รถก็ย่อมมีความจำเป็นแน่นอน และก็เป็นไปได้ที่ทุกคนจะต้องหมั่นคอยเตือนเรื่องการบำรุงรักษาหรือแจ้งเตือน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเข้ารับการตรวจเช็คสภาพรถที่ศูนย์บริการ แต่ถ้าหากเป็นครอบครัวเดี่ยวแล้ว การบำรุงรักษารถยนต์จะกลายเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของรถแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งในแต่ละครั้งอาจต้องใช้เวลานานและเสียเวลา

การดูแลรักษารถยนต์ด้วยตัวเอง

การดูแลรักษารถยนต์ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่ควรทำความคุ้นเคยกับการบำรุงรักษาเป็นประจำ และขั้นตอนพื้นฐานบางอย่างควรอยู่ในความรับผิดชอบเพื่อดูแลสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ มาดูกันว่า วิธีใดบ้างที่คุณสามารถดูแลรักษารถยนต์ได้ด้วยตัวเอง

1.กระจกหน้ารถควรสะอาดอยู่เสมอ

กระจกหน้ารถที่สกปรกและมีรอยแตก ย่อมเป็นอันตรายต่อการขับขี่รถยนต์อย่างมาก เนื่องจากทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่คลุมเครือ และบางครั้งการเดินทางในเวลากลางคืนกระจกหน้ารถอาจมีซากแมลงติดอยู่ หากมีปริมาณมากควรแวะจอดปั๊มน้ำมัน แล้วใช้น้ำยาล้างรถและผ้าเช็ดทำความสะอาดรถเพื่อขจัดคราบสกปรกเหล่านี้

2.ตรวจสอบแรงดันลมยาง

การรักษาแรงดันลมยางที่ถูกต้องจะช่วยให้ผู้ขับขี่เกิดปลอดภัยและช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้ หากมีแรงดันลมยางที่มากเกินไปหรือมีแรงดันที่ไม่ถูกต้อง อาจเพิ่มโอกาสการระเบิด นอกจากนี้ยางที่มีแรงดันที่ถูกต้องจะมีอายุการใช้งานที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม แรงดันลมยางเป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูอยู่เสมอ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่องเมื่อยางร่อนและอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องตรวจสอบเป็นประจำและเพิ่มลมยางเมื่อจำเป็น โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ผู้ขับขี่รถยนต์ควรตรวจสอบลมยางทุกครั้งที่เติมน้ำมันก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ โดยการตรวจสอบแรงดันลมยางที่ถูกวิธี ควรปฏิบัติดังนี้

  • สำหรับการอ่านค่าแรงดันลมยางที่ถูกต้องนั้น ให้ตรวจสอบแรงดันยางเสมอเมื่อยาง “เย็น” หรือใกล้เคียงกับอุณหภูมิปกติ หากขับรถมาสักระยะหนึ่งให้ปล่อยยางไว้อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนที่จะตรวจสอบแรงดัน
  • ค้นหาแรงดันลมยางที่เหมาะสมสำหรับรถที่ใช้งานซึ่งจะอยู่ในคู่มือการใช้งาน ควรเติมลมยางเสมอตามระดับที่แนะนำนี้ไม่ว่าจะเป็นยางยี่ห้อใด
  • ตรวจเช็คแรงดันลมยางด้วยเครื่องวัดแรงดันลมยาง
  • เติมลมเมื่อจำเป็น

3.ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องมีความสำคัญต่อสมรรถนะของรถ โดยมีหน้าที่ในการหล่อลื่นชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวทั้งหมดในเครื่องยนต์เพื่อไม่ทำให้เกิดการสึกหรอและฉีกขาด นอกจากนี้ยังถ่ายเทความร้อนออกจากปฏิกิริยาการเผาไหม้แล้วส่งไปยังตัวกรองน้ำมัน หากเครื่องยนต์ไม่มีน้ำมันหล่อลื่นที่เพียงพออาจทำให้รถมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ และเพื่อให้แน่ใจว่ารถมีน้ำมันหล่อลื่นเพียงพอตลอดเวลา ผู้ขับขี่ต้องตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ โดยปฏิบัติตามคู่มือการใช้งานของรถยนต์แต่ละรุ่น ซึ่งรถยนต์ส่วนใหญ่ได้รับการออกแบบเพื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก ๆ 1,000 ไมล์ (ประมาณ 1,600 กิโลเมตร) แต่รถบางคันอาจต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเร็วกว่านั้น เนื่องจากการรั่วไหล

การดูแลรักษารถยนต์ที่สามารถทำได้ง่ายที่สุดก็คือ ปฏิบัติตามตารางการบำรุงรักษาที่แนะนำในคู่มือการใช้รถยนต์ และโปรดจำไว้ว่ารถยนต์ต้องมีงานซ่อมบำรุงเพื่อให้มีสภาพที่พร้อมใช้งาน ตลอดจนมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ดังนั้น ก่อนที่รถคันโปรดจะเกิดการชำรุดเสียหาย หรือเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่ควรดูแลและบำรุงรักษา เพื่อให้รถมีประสิทธิภาพที่ดีตลอดอายุการใช้งานจะดีที่สุด

Posted in เคล็ดลับดูแลรถ | Tagged | Leave a comment